ม้าควรทำวัคซีนอะไรบ้าง?

vaccine1การทำวัคซีนเป็นการป้องกันโรคที่มีความสำคัญ ที่จะช่วยให้ม้ามีภูมิคุ้มกันโรค

 

ม้าควรทำวัคซีนอะไรบ้าง?

1. วัคซีนโรคบาดทะยัก (Tetanus toxoid) โรคบาดทะยักเป็นโรคที่พบได้ทั่วโลก เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ Clostridium tetani  มักติดเข้าทางบาดแผล สปอร์ของเชื้อนี้จะอยู่ในดิน และสามารถพบเชื้อนี้ได้ในขี้ม้า คอกที่ไม่เก็บขี้ม้าก็จะทำให้ม้ามีโอกาสติดเชื้อนี้ได้มากขึ้น  

2. วัคซีนโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Japanese encephalitis) เป็นโรคทางระบบประสาท เชื้อไข้สมองอักเสบจะโจมตีที่ระบบประสาทส่วนกลาง(สมอง) ม้าที่เป็นโรคนี้จะไม่ถ่ายทอดให้กับม้าตัวอื่นๆ ในคอก การติดโรคในม้ามักจะติดจากแหล่งอื่น เช่น หมู ค้างคาว และนกน้ำ เป็นต้น (ม้าและคน จัดเป็น Dead end host ของโรคนี้) โรคนี้นำโรคโดยยุงด้วย

3. วัคซีนไข้หวัด (Equine Influenza) โรคนี้จะมีอาการที่ระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก วัคซีนจะช่วยลดอาการของโรคได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการแพร่เชื้อจากม้าที่เป็นแล้วได้ โรคนี้มักจะพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายม้า หรือการใช้งานม้าที่ทำให้ม้าเกิดความเครียดมากขึ้น

4. วัคซีนเฮอร์ปีส์ไวรัส (Equine Herpes virus) โรคนี้ก่อให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ระบบสืบพันธุ์ และระบบประสาท ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจในลูกม้าได้ แต่ไม่ได้ก่อปัญหามากนัก แม่ม้าที่ท้องหากติดเชื้อนี้จะมีโอกาสแท้งได้ 30-70% และเมื่อติดเชื้อนี้จะทำให้เกิดอาการทางระบบประสาทได้ 90% และมีอัตราการตายจากอาการทางระบบประสาทได้สูงถึง 60%

 

การทำวัคซีนครั้งแรกในม้าต้องทำอย่างไร?

การทำวัคซีนครั้งแรกในม้าต้องทำ 2 เข็มติดต่อกัน โดยเข็มที่ 2 ฉีดหลังจากทำเข็มแรก 1 เดือน สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้เนื่องจากการฉีดวัคซีนครั้งแรกนี้เหมือนเป็นชุด Starter ที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่จดจำเชื้อนั้นๆ ไว้ การทำวัคซีนหลังจากการทำวัคซีนชุดแรกก็จะเว้นระยะห่างไปตามชนิดวัคซีน

 

วัคซีนแต่ละตัวฉีดซ้ำปีละครั้งเหมือนกันหมดหรือไม่?

หลังจากที่ทำวัคซีนชุดแรกเรียบร้อยแล้ว จะต้องกระตุ้นภูมิคุ้มกันโดยการฉีดซ้ำ โดยวัคซีนบาดทะยัก และวัคซีนเยื่อหุ้มสมองอักเสบจะฉีดซ้ำปีละ 1 ครั้ง ในขณะที่วัคซีนโรคไข้หวัดและเฮอร์ปีส์ไวรัสควรฉีดอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง (ทุก 6 เดือน) และสำหรับฟาร์มม้าแข่งที่มีการนำม้าไปแข่งเป็นประจำ ความเสี่ยงต่อโรคไข้หวัดและเฮอร์ปีส์ก็จะมากกว่าปกติ จึงควรทำวัคซีนอย่างน้อยปีละ 4 คร้ง (ทุก 3 เดือน) เพราะวัคซีนของโรคนี้จะกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันหลังจากฉีดไปได้เพียง 8 สัปดาห์เท่านั้น

 

horsevaccinationprogram

 

 

 

ลูกม้าต้องทำวัคซีนหรือไม่ และควรเริ่มทำที่อายุเท่าไร?

ลูกม้าควรเริ่มทำวัคซีนที่อายุ 6 สัปดาห์เป็นต้นไป โดยเริ่มจาก

1. วัคซีนโรคบาดทะยักเข็มที่1 ที่อายุ 6 สัปดาห์ และเข็มที่ 2 ที่อายุ 10 สัปดาห์

2. วัคซีนเยื่อหุ้มสมองอักเสบเข็มที่ 1 ที่อายุ 14 สัปดาห์ และเข็มที่ 2 ที่อายุ 18 สัปดาห์

3. วัคซีนป้องกันไข้หวัดและเฮอร์ปีส์เข็มี่ 1 ที่ อายุ 20 สัปดาห์ และเข็มที่  2 ที่อายุ 24 สัปดาห์

 

***ในลูกม้าอายุมากกว่า 1 ปีที่ไม่เคยทำวัคซีนเลย สามารถทำวัคซีนเข็มที่ 1 พร้อมกันทั้งสามเข็มได้ และฉีดกระตุ้นเข็มที่ 2 หลังจากฉีดเข็มแรกไปแล้ว 4 สัปดาห์ หลังจากนั้นเข้าโปรแกรมวัคซีนม้าโต

 

foalvaccinationprogram

 

 

 

แม่ม้าท้องสามารถทำวัคซีนได้หรือไม่?

แม่ม้าท้องสามารถทำวัคซ๊นได้ไม่มีปัญหากับการตั้งท้อง และควรมีการฉีดวัคซีนเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันส่งต่อให้กับลูกม้า โดยทั่วไปแม่ม้าจะตั้งท้องเฉลี่ยที่ 11 เดือน (320-370 วัน) วัคซีนที่ทำในแม่ม้ามีรายละเอียดดังนี้

 

marevaccinationprogram

 

 

 

มีคนบอกให้ทำวัคซีนไข้ขาหลังอ่อน วัคซีนนี้มันคืออะไร?

โรคขาหลังอ่อน เกิดจากเชื้อเฮอร์ปีส์ไวรัส (EHV-4/1) เชื้อเฮอร์ปีส์ไวรัสทำให้เกิดอาการทางระบบทางเดินหายใจ ระบบสืบพันธุ์ และระบบประสาท อาการทางระบบประสาทที่พบบ่อยคือขาหลังอ่อนแรง จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า โรคไข้ขาหลังอ่อน เวลาทำวัคซีนก็มักจะเรียกว่าการทำวัคซีนไข้ขาหลังอ่อน แต่ความจริงคือวัคซีนไม่สามารถป้องกันอาการทางระบบประสาทได้ สามารถป้องกันอาการทางระบบทางเดินหายใจ และระบบสืบพันธุ์ได้เท่านั้น แต่การทำวัคซีนก็ช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อเข้าสู่ร่างกาย และลดจำนวนเชื้อในสิ่งแวดล้อมที่ออกมาจากตัวม้าได้

 

ถ้าเช่นนั้นเราไม่จำเป็นต้องทำวัคซีนไข้ขาหลังอ่อนใช่หรือไม่?

ถึงแม้ว่าวัคซีนเฮอร์ปีส์ไวรัสจะไม่สามารถป้องกันอาการทางระบบประสาทได้โดยตรง celebrity sextapes
celebrity nudes
naked celebrities
milfporn
celebrities sex videos
Hardcore Porn
naked celebrities
cartoon porn
hentai movies
แต่การทำวัคซีนก็ลดโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อ ลดจำนวนเชื้อในสิ่งแวดล้อมได้ และหากติดเชื้ออาการก็จะไม่รุนแรง เพราะเชื้อเฮอร์ปีส์จะเข้าสู่ร่างกายม้าทางการหายใจเป็นหลัก และจะไปโจมตีที่ปอด การทำวัคซีนจะช่วยให้อาการที่ปอดไม่รุนแรงนัก เมื่ออาการไม่รุนแรง ก็จะลดจำนวนเชื้อที่จะกระจายจากปอดไปยังส่วนอื่นได้ ดังนั้นการทำวัคซีนจึงยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันอาการดังกล่าว

 

วัคซีนบาดทะยักสำหรับคนสามารถนำมาฉีดในม้าได้หรือไม่?

ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดลองว่า การใช้วัคซีนบาดทะยักของคนฉีดมาฉีดในม้านั้น ให้ผลในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในม้าได้อย่างเพียงพอหรือไม่ หรือไม่ได้ผลเลย เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยควรใช้วัคซีนบาดทะยักสำหรับม้าเท่านั้น



เมื่อรู้เช่นนี้แล้วจะเห็นว่าการทำวัคซีนเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และไม่ควรถูกมองข้ามเลยลองถามตัวท่านเองดูว่าคุ้มหรือไม่ที่เสียเงินซื้อม้ามาตัวนึงราคา 5-8 หลัก แล้วม้าจะต้องมาเป็นโรค.... ซึ่งเกิดจากความไม่เอาใจใส่ของเรา ทั้งๆ ที่เราสามารถป้องกันได้ง่ายๆ ด้วยการทำวัคซีน.....